ความสำคัญของแคลเซียมที่มีต่อร่างกาย
แคลเซียม จัดว่าเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายมากที่สุดชนิดหนึ่ง โดยมีบทบาทสำคัญใน โครงสร้าง, การทำงานของระบบต่าง ๆ และการรักษาสมดุลภายในร่างกาย ซึ่งไม่เพียงแค่ช่วยเรื่องกระดูกและฟันเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมอย่างมาก โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ เพราะด้วยอายุที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เกิดการเสื่อมของเนื้อเยื่อรอบข้อและการแคบของช่องระหว่างเข่าเนื่องจากการสูญเสียกระดูกอ่อนข้อเข่าอาจทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม และมีอาการอื่นๆ แทรกซ้อน เช่น ปวดเข่า หัวเข่าบวมแดง เข่าตึงยึด มีเสียงในเข่า โรคข้ออักเสบ ในรายที่อาการรุนแรงโรคอาจทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลที่ถูกต้อง โดยเริ่มด้วยวิธีง่ายๆ อย่างการเลือกทานอาหารที่มีแคลเซียมบำรุงข้อเข่าเพิ่มเข้ามา เพื่อให้ร่างกายได้รับแคลเซียมเพียงพอต่อการนำไปใช้ ซึ่งการเลือกอาหารเสริมแคลเซียมที่ดีควรเลือกดังนี้
การเลือกทานแคลเซียมบำรุงข้อเข่าให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด
การเลือกทาน แคลเซียมบำรุงเข่า ให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด จำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งประเภทของแคลเซียม ช่วงเวลาที่ทาน ปริมาณ และสารอาหารเสริมที่ช่วยในการดูดซึมและเสริมสร้างกระดูกและข้อ โดยสามารถสรุปได้ดังนี้
- เลือกประเภทแคลเซียมให้เหมาะสม
- แคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium Carbonate) ราคาถูก ดูดซึมได้ดีเมื่อทานพร้อมอาหาร
- แคลเซียมซิเตรต (Calcium Citrate) เหมาะสำหรับผู้มีกรดในกระเพาะต่ำหรือกินยาแก้กรด ดูดซึมได้แม้ท้องว่าง หากคุณอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือมีปัญหาเรื่องกระเพาะ ควรเลือก “แคลเซียมซิเตรต”
- ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน
- ผู้ใหญ่ทั่วไป 1,000-1,200 มก./วัน
- ควรแบ่งทาน 2 ครั้งต่อวัน เพื่อให้ดูดซึมได้ดีกว่า
- เสริมด้วยสารอาหารที่ช่วยบำรุงข้อเข่า
เพื่อให้ผลลัพธ์การบำรุงข้อเข่าดีขึ้น ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสารอื่นร่วมด้วย เช่น
- วิตามิน D3 ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น
- แมกนีเซียม ทำงานร่วมกับแคลเซียมในการสร้างกระดูก
- คอลลาเจนไทป์ II, กลูโคซามีน, คอนดรอยติน เสริมสร้างเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนและลดการเสียดสีของข้อ
- MSM (ซัลเฟอร์ธรรมชาติ) ลดอักเสบและปวดข้อ
- ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทาน
- ถ้าเป็น แคลเซียมคาร์บอเนต ควรทาน “หลังอาหาร”
- ถ้าเป็น แคลเซียมซิเตรต สามารถทาน “ก่อนนอน” หรือ “ระหว่างมื้อ” ได้
- หลีกเลี่ยงการทานพร้อม ธาตุเหล็ก เพราะจะขัดขวางการดูดซึมกัน
- เลือกรูปแบบที่ดูดซึมได้ดี
- แบบเม็ดเคี้ยวหรือแบบผงละลายน้ำ ดูดซึมได้ไว
- แบบเม็ดหรือแคปซูล ควรกลืนพร้อมน้ำเยอะ ๆ
- ออกกำลังกายร่วมด้วย
- ควรเน้นการ เดิน, ว่ายน้ำ, ยืดเหยียดเบา ๆ เพื่อกระตุ้นการสร้างมวลกระดูกและน้ำหล่อเลี้ยงข้อ
- หลีกเลี่ยงอาหารที่ลดการดูดซึมแคลเซียม
- เครื่องดื่มที่มี คาเฟอีนหรือโซดา
- อาหารที่มี ออกซาเลตสูง (ผักโขม, ช็อกโกแลต)
- โซเดียมสูง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
ความต้องการแคลเซียมต่อวัน (ตามช่วงวัย)
ช่วงวัย ความต้องการแคลเซียมต่อวัน
- ทารก 0 – 6 เดือน 200 มก.
- ทารก 7 – 12 เดือน 260 มก.
- เด็ก 1 – 3 ปี 700 มก.
- เด็ก 4 – 8 ปี 1,000 มก.
- เด็กโต 9 – 18 ปี 1,300 มก. (ช่วงเร่งการเจริญเติบโต)
- ผู้ใหญ่ 19 – 50 ปี 1,000 มก.
- ผู้หญิงตั้งครรภ์/ให้นมบุตร 1,000–1,300 มก.
- ผู้สูงอายุ (หญิง 51+ ปี / ชาย 71+ ปี) 1,200 มก.
หมายเหตุสำคัญ
- ช่วงวัยรุ่น (9 – 18 ปี) และวัยทอง (50 ปีขึ้นไป) ต้องการแคลเซียมสูงที่สุด
- ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนควรได้รับ 1,200 มก./วัน เนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ทำให้มวลกระดูกลดเร็ว
- การดูดซึมแคลเซียมจะลดลงตามอายุ ดังนั้นผู้สูงอายุควรได้รับ วิตามิน D ร่วมด้วย เพื่อช่วยในการดูดซึม
วิธีป้องกันไม่ให้ข้อเข่าเสื่อมเร็ว
- ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากเกินไป เพื่อให้ข้อเข่ารับแรงกดน้อยลง
- หลีกเลี่ยงการนั่งราบบนพื้น นั่งขัดสมาธิ นั่งคุกเข่า นั่งยองๆ ควรนั่งบนเก้าอี้สูงระดับเข่าให้ฝ่าเท้าวางราบกับพื้นพอดี
- หลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งท่าเดียวนานๆ ควรเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ
- การยืน ควรยืนตรงกางขาออกเล็กน้อยให้น้ำหนักลงที่เข่าทั้งสองข้างเท่าๆ กัน ไม่ควรยืนพักเข่าข้างใดข้างหนึ่ง
- หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรม หรือการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่อข้อเข่าสูง เช่น การยกของหนักๆ การกระโดด ควรออกกำลังกายที่ไม่ต้องลงน้ำหนักที่ข้อเข่ามาก เช่น ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน
- บริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าให้แข็งแรง เพื่อช่วยพยุงและรองรับแรงกระแทกต่อข้อเข่า
- เลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับกิจกรรมแต่ละประเภท หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นสูง
- ระวังการไม่ให้เกิดการบาดเจ็บของข้อเข่า ถ้ามีการบาดเจ็บของข้อเข่าควรรีบรับรักษาทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานๆ ถ้ามีความผิดปกติของโครงสร้างเข่าและขา เช่น ขาโก่ง เข่าชิด ควรแก้ไขตั้งแต่อายุน้อยๆ
สรุป
ทั้งนี้แคลเซียมบำรุงข้อเข่าไม่ใช่ยารักษาโรคข้อเข่าเสื่อมโดยตรง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างโครงสร้างกระดูกใต้ข้อให้แข็งแรง ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้กระดูกของเราแข็งแรงและร่างกายมีสุขภาพที่ดี ควรเน้นการรับประทานอาหารให้ครบหมวดหมู่และหลากหลาย ได้รับแคลเซียมที่เพียงพอ ได้รับวิตามินดี (จากแสงแดด หรืออาหารเสริมวิตามิน D) ร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้สุขภาพกระดูกและข้อเข่าของคุณแข็งแรงขึ้นได้ค่ะ

