สุขภาพ ความรู้รอบตัว

อายุ 40+ ต้องรู้ เคล็ดลับเลือกทานแคลเซียมบำรุงข้อเข่าที่ถูกต้อง และปลอดภัย

ความสำคัญของแคลเซียมที่มีต่อร่างกาย

แคลเซียม จัดว่าเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายมากที่สุดชนิดหนึ่ง โดยมีบทบาทสำคัญใน โครงสร้าง, การทำงานของระบบต่าง ๆ และการรักษาสมดุลภายในร่างกาย ซึ่งไม่เพียงแค่ช่วยเรื่องกระดูกและฟันเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมอย่างมาก โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ เพราะด้วยอายุที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เกิดการเสื่อมของเนื้อเยื่อรอบข้อและการแคบของช่องระหว่างเข่าเนื่องจากการสูญเสียกระดูกอ่อนข้อเข่าอาจทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม และมีอาการอื่นๆ แทรกซ้อน เช่น ปวดเข่า หัวเข่าบวมแดง เข่าตึงยึด มีเสียงในเข่า โรคข้ออักเสบ ในรายที่อาการรุนแรงโรคอาจทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลที่ถูกต้อง โดยเริ่มด้วยวิธีง่ายๆ อย่างการเลือกทานอาหารที่มีแคลเซียมบำรุงข้อเข่าเพิ่มเข้ามา เพื่อให้ร่างกายได้รับแคลเซียมเพียงพอต่อการนำไปใช้ ซึ่งการเลือกอาหารเสริมแคลเซียมที่ดีควรเลือกดังนี้

การเลือกทานแคลเซียมบำรุงข้อเข่าให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด

การเลือกทาน แคลเซียมบำรุงเข่า ให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด จำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งประเภทของแคลเซียม ช่วงเวลาที่ทาน ปริมาณ และสารอาหารเสริมที่ช่วยในการดูดซึมและเสริมสร้างกระดูกและข้อ โดยสามารถสรุปได้ดังนี้

  1. เลือกประเภทแคลเซียมให้เหมาะสม
  • แคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium Carbonate) ราคาถูก ดูดซึมได้ดีเมื่อทานพร้อมอาหาร
  • แคลเซียมซิเตรต (Calcium Citrate) เหมาะสำหรับผู้มีกรดในกระเพาะต่ำหรือกินยาแก้กรด ดูดซึมได้แม้ท้องว่าง หากคุณอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือมีปัญหาเรื่องกระเพาะ ควรเลือก “แคลเซียมซิเตรต”
  1. ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน
  • ผู้ใหญ่ทั่วไป 1,000-1,200 มก./วัน
  • ควรแบ่งทาน 2 ครั้งต่อวัน เพื่อให้ดูดซึมได้ดีกว่า
  1. เสริมด้วยสารอาหารที่ช่วยบำรุงข้อเข่า

เพื่อให้ผลลัพธ์การบำรุงข้อเข่าดีขึ้น ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสารอื่นร่วมด้วย เช่น

  • วิตามิน D3 ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น
  • แมกนีเซียม ทำงานร่วมกับแคลเซียมในการสร้างกระดูก
  • คอลลาเจนไทป์ II, กลูโคซามีน, คอนดรอยติน เสริมสร้างเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนและลดการเสียดสีของข้อ
  • MSM (ซัลเฟอร์ธรรมชาติ) ลดอักเสบและปวดข้อ
  1. ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทาน
  • ถ้าเป็น แคลเซียมคาร์บอเนต ควรทาน “หลังอาหาร”
  • ถ้าเป็น แคลเซียมซิเตรต สามารถทาน “ก่อนนอน” หรือ “ระหว่างมื้อ” ได้
  • หลีกเลี่ยงการทานพร้อม ธาตุเหล็ก เพราะจะขัดขวางการดูดซึมกัน
  1. เลือกรูปแบบที่ดูดซึมได้ดี
  • แบบเม็ดเคี้ยวหรือแบบผงละลายน้ำ ดูดซึมได้ไว
  • แบบเม็ดหรือแคปซูล ควรกลืนพร้อมน้ำเยอะ ๆ
  1. ออกกำลังกายร่วมด้วย
  • ควรเน้นการ เดิน, ว่ายน้ำ, ยืดเหยียดเบา ๆ เพื่อกระตุ้นการสร้างมวลกระดูกและน้ำหล่อเลี้ยงข้อ
  1. หลีกเลี่ยงอาหารที่ลดการดูดซึมแคลเซียม
  • เครื่องดื่มที่มี คาเฟอีนหรือโซดา
  • อาหารที่มี ออกซาเลตสูง (ผักโขม, ช็อกโกแลต)
  • โซเดียมสูง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

ความต้องการแคลเซียมต่อวัน (ตามช่วงวัย)

ช่วงวัย    ความต้องการแคลเซียมต่อวัน

  • ทารก 0 – 6 เดือน                 200 มก.
  • ทารก 7 – 12 เดือน                260 มก.
  • เด็ก 1 – 3 ปี                           700 มก.
  • เด็ก 4 – 8 ปี                          1,000 มก.
  • เด็กโต 9 – 18 ปี                    1,300 มก. (ช่วงเร่งการเจริญเติบโต)
  • ผู้ใหญ่ 19 – 50 ปี                  1,000 มก.
  • ผู้หญิงตั้งครรภ์/ให้นมบุตร    1,000–1,300 มก.
  • ผู้สูงอายุ (หญิง 51+ ปี / ชาย 71+ ปี)        1,200 มก.

หมายเหตุสำคัญ

  • ช่วงวัยรุ่น (9 – 18 ปี) และวัยทอง (50 ปีขึ้นไป) ต้องการแคลเซียมสูงที่สุด
  • ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนควรได้รับ 1,200 มก./วัน เนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ทำให้มวลกระดูกลดเร็ว
  • การดูดซึมแคลเซียมจะลดลงตามอายุ ดังนั้นผู้สูงอายุควรได้รับ วิตามิน D ร่วมด้วย เพื่อช่วยในการดูดซึม

วิธีป้องกันไม่ให้ข้อเข่าเสื่อมเร็ว

  1. ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากเกินไป เพื่อให้ข้อเข่ารับแรงกดน้อยลง
  2. หลีกเลี่ยงการนั่งราบบนพื้น นั่งขัดสมาธิ นั่งคุกเข่า นั่งยองๆ ควรนั่งบนเก้าอี้สูงระดับเข่าให้ฝ่าเท้าวางราบกับพื้นพอดี
  3. หลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งท่าเดียวนานๆ ควรเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ
  4. การยืน ควรยืนตรงกางขาออกเล็กน้อยให้น้ำหนักลงที่เข่าทั้งสองข้างเท่าๆ กัน ไม่ควรยืนพักเข่าข้างใดข้างหนึ่ง
  5. หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรม หรือการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่อข้อเข่าสูง เช่น การยกของหนักๆ การกระโดด ควรออกกำลังกายที่ไม่ต้องลงน้ำหนักที่ข้อเข่ามาก เช่น ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน
  6. บริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าให้แข็งแรง เพื่อช่วยพยุงและรองรับแรงกระแทกต่อข้อเข่า
  7. เลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับกิจกรรมแต่ละประเภท หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นสูง
  8. ระวังการไม่ให้เกิดการบาดเจ็บของข้อเข่า ถ้ามีการบาดเจ็บของข้อเข่าควรรีบรับรักษาทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานๆ ถ้ามีความผิดปกติของโครงสร้างเข่าและขา เช่น ขาโก่ง เข่าชิด ควรแก้ไขตั้งแต่อายุน้อยๆ

สรุป

ทั้งนี้แคลเซียมบำรุงข้อเข่าไม่ใช่ยารักษาโรคข้อเข่าเสื่อมโดยตรง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างโครงสร้างกระดูกใต้ข้อให้แข็งแรง ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้กระดูกของเราแข็งแรงและร่างกายมีสุขภาพที่ดี ควรเน้นการรับประทานอาหารให้ครบหมวดหมู่และหลากหลาย ได้รับแคลเซียมที่เพียงพอ ได้รับวิตามินดี (จากแสงแดด หรืออาหารเสริมวิตามิน D) ร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้สุขภาพกระดูกและข้อเข่าของคุณแข็งแรงขึ้นได้ค่ะ

Karintip

Karintip

About Author

You may also like

สุขภาพ

5 โรคที่พบได้บ่อยในคนไทย คุณกำลังทำพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้อยู่หรือไม่?

สภาพแวดล้อม และรูปแบบการดำเนินชีวิตล้วนส่งผลต่อสุขภาพทั้งสิ้น มีหลายโรคร้ายที่พบบ่อยในคนไทย การทราบถึงสาเหตุของโรคสามารถนำมาปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีได้
ผู้หญิง สุขภาพ

สาว ๆ ต้องอ่าน! สาเหตุ “โรคมะเร็งปากมดลูก” รู้ก่อนป้องกันได้!

โรคมะเร็งปากมดลูก มีสาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อ HPV (Human Papillomavirus) การดูแลตัวเองและตรวจเช็คสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ สามารถช่วยป้องกันโรคนี้ในระยะแรกเริ่มได้
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น